ใส่เลนส์เสริม

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับการใส่เลนส์เสริม

ใส่เลนส์เสริม

สำหรับใครที่มีปัญหาทางสายตา หลายต่อหลายคนก็คงจะรู้กันดีอยู่แล้วว่าเป็นปัญหาที่รบกวนจิตใจอย่างยิ่ง ทั้งนี้ก็เนื่องมาจากว่าการที่เรามีปัญหาทางสายตาได้ก่อให้เกิดผลกระทบกับชีวิตของเราอย่างมาก ทั้งการที่ต้องขับรถ อ่านหนังสือ เล่นโทรศัพท์มือถือ แต่ละปัญหาทำให้เกิดความอึดอัดหลายประการ และเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับการใส่เลนส์เสริมมีดังต่อไปนี้ 

1.เลนส์เสริมคนละอย่างกับเลสิค 

สำหรับสิ่งที่ก่อให้เกิดความข้องใจและสงสัยสำหรับหลายๆ คนก็คือ การที่มีคนสงสัยว่าเลนส์เสริมกับเลสิคเป็นอย่างเดียวกันหรือไม่ ซึ่งต้องขอตอบเลยว่าเลนส์เสริมคือคนละอย่างกับเลสิค เพราะว่าเลสิคเป็นการปรับความโค้งของกระจกตา หากกระจกตาไม่ได้หนาก็ทำไม่ได้ และแพทย์จะปรับวิธีการในการรักษาด้วยการใส่เลนส์ โดยเลนส์เสริมจะใส่เข้าไปหลังกระจกตา แต่เราถอดเองไม่ได้ หากต้องการถอดต้องให้แพทย์ถอดให้เท่านั้น 

2.การใส่เลนส์เสริมสามารถแก้ไขความผิดปกติทางค่าสายตาได้ระดับหนึ่ง 

สำหรับใครที่อยากให้การใส่เลนส์เพื่อเสริมคุณภาพของดวงตา สามารถทำได้แบบง่ายๆ ด้วยการใส่เลนส์ชนิดนี้ แต่คุณอาจจะต้องพึงระวังเอาไว้ว่าการใส่เลนส์เราจะสามารถแก้ไขปัญหาทางค่าสายตาได้แค่ระดับหนึ่งเท่านั้น  โดยจะแก้ค่าสายตาได้ตั้งแต่ -0.50 จนกระทั่ง -18.0 และหากว่าใครที่มีค่าสายตาเกินกว่านี้อาจจะต้องระมัดระวังเอาไว้ด้วยจะดีที่สุด 

3.การใส่เลนส์สำหรับเสริม ควบคู่ไปกับการใส่คอนแทคเลนส์ 

อีกหนึ่งสิ่งที่หลายๆ คนอาจจะไม่ได้สังเกตมาก่อนก็คือการใส่เลนส์เสริม ที่เราจะต้องใส่คู่ไปกับคอนแทคเลนส์ได้ อย่างไรก็ดี หากว่าเราจะใส่คอนแทคเลนส์ เราก็จะต้องรอเวลาประมาณหนึ่งเดือนก่อนจะดีกว่า เพราะในช่วงเวลาหนึ่งเดือนนี้ สิ่งที่จะทำให้เกิดปัญหาก็คือแผลของกระจกตานั่นเอง  

4.การใส่พร้อมกันสองข้าง 

อีกความสงสัยที่บางคนอยากรู้ก็คือเราสามารถใส่เลนส์พร้อมกันสองข้างได้หรือไม่ เพราะว่าบางคนก็มีปัญหาทางสายตาทั้งสองข้างเลยก็ว่าได้ ดังนั้นหากเรามีกำลังทรัพย์เพียงพอ ในการทำพร้อมกันสองข้างก็ทำได้เช่นกัน แต่อาจจะต้องมีการปรึกษาแพทย์เพื่อสอบถามถึงสุขภาพและความพร้อมของเรานั่นเอง หากว่าร่างกายของเรามีความพร้อมมากพอ ก็ทำได้แบบไม่ต้องกังวลใจแต่อย่างใด 

และใครที่อยากแก้ปัญหาทางสายตาแต่ว่าไม่สามารถใช้วิธีเลสิคได้ ขอแนะนำเลยว่าให้คุณลองสอบถามแพทย์ว่าตนเองสามารถใส่เลนส์ได้หรือไม่ เพราะว่าการใส่เลนส์ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของการรักษาที่ไม่ว่าใครก็ไม่ควรมองข้ามเลยทีเดียว 

Related Post

วิธีฝึกสมอง ให้ห่างใกล “ความ จำ เสื่อม”วิธีฝึกสมอง ให้ห่างใกล “ความ จำ เสื่อม”

ความ จำ เสื่อม

“ความ จำ เสื่อม” นั้นเป็นหนึ่งในภาวะที่เรานั้นจะพบและเจอกับผู้สูงอายุบ่อย ๆ ซึ่งแน่นอนว่าปัจจัยภายนอกอย่างอายุนั้นเราจะไม่สามารถแก้ไขได้ แต่ว่าในเรื่องของ ปัจจัยที่เราสามารถที่จะแก้ไขได้นั้นก็มีด้วยเช่นกัน ดังนั้นในบทความนี้เราจะมาพูดถึง วิธีฝึกสมองของเรานั้นให้ห่างใกลจากความจำเสื่อมกันนะครับ มาลองดูดีกว่านะครับว่าจะมีวิธีอะไรบ้าง  ออกกำลังกาย   อย่างแรกเลยนั้นคือ “การออกกำลังกาย” นั้นค่อนข้างสำคัญอย่างมากนะครับ เพราะว่าการออกกำลังกายนั้นค่อนข้างจะทำให้ร่างกายของเรานั้นแข็งแรงยังไม่พอยังช่วยให้เรานั้นสามารถที่จะห่างใกลจากโรคต่าง ๆ มากมายด้วยเช่นกัน อย่างเช่น ความ จำ เสื่อม โรคเส้นเลือดในสมอง ซึ่งการออกกำลังกายจะช่วยลดความเคลียดอย่างมาก ทำให้สมองของเรานั้นไม่เจอกับความเคลียด   รับประทานอาหารบำรุงสมอง   “อาหารบำรุงสมอง” นั้นค่อนข้างสำคัญอย่างมากนะครับเพราะว่าจะช่วยให้สมองของเรานั้นทำงานได้ดียิ่งขึ้น  นอกจานั้นการที่เราทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์กับสมองนั้นจะทำให้สมองของเรานั้นขาดสารอาหาร ซึ่งนั้นคือ วิตามินบี 12 

Health

อิ่มอร่อย อิ่มบุญ อิ่มใจ ไปกับอาหารมังสวิรัติเดลิเวอรี่ในกรุงเทพฯอิ่มอร่อย อิ่มบุญ อิ่มใจ ไปกับอาหารมังสวิรัติเดลิเวอรี่ในกรุงเทพฯ

อาหารมังสวิรัติเดลิเวอรี่ในกรุงเทพฯ

การกินมังสวิรัตินั้นเป็นอีกหนึ่งวัฒนธรรมการกินที่มีมาแต่โบราณกาล ทั้งในอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่อย่างกรีกหรือในอินเดีย ซึ่งมาจากการที่ผู้คนกลุ่มหนึ่งมองเห็นว่าการไม่ทานเนื้อสัตว์ของพวกเขานั้นมันมีผลดีกับโลกมากกว่าการกินเนื้อ ทำให้มีวัฒนธรรมการกินชนิดนี้ และในทุกวันนี้ที่ผู้คนหันมาใส่ใจกับสุขภาพมากขึ้น รวมไปถึงเป็นห่วงสภาวะแวดล้อมของโลกเพิ่มมากขึ้น ทำให้วัฒนธรรมการกินมังสวิรัตินั้นเป็นที่นิยมไปอย่างแพร่หลาย จากเดิมที่คนกินมังสวิรัตินั้นร้านอาหารจะค่อนข้างหากินยาก ทุกวันนี้ก็มีอาหารมังสวิรัติเดลิเวอรี่ในกรุงเทพฯ ไว้คอยอำนวยความสะดวกอีกด้วย แต่ใครหลายคนก็ยังติดปัญหา มีข้อสงสัยเกี่ยวกับวัฒนธรรมการกินแบบนี้อยู่พอสมควร อย่างเช่น กินอะไรได้บ้าง ข้อสงสัยนี้เกิดขึ้นมาจากผู้คนที่อยู่รอบตัวของคนที่เป็นมังสวิรัติ ที่บางทีเห็นคนนั้นกินสิ่งนั้นได้ ส่วนอีกคนกินไม่ได้จนกลายเป็นปัญหาที่ทำให้ผู้คนรอบข้างมองว่าคนกินมังสวิรัตินั้น “เรื่องเยอะ” ไปในที่สุด ซึ่งที่จริงแล้วเกิดจากการที่มีลักษณะการกินที่แตกแขนงออกไปหลายแบบนั่นเอง คือ มังสวิรัตินมและไข่ มังสวิรัตินม มังสวิรัติไข่ มังสวิรัติปลา กึ่งมังสวิรัติ ซึ่งแต่ละกลุ่มก็จะมีข้อจำกัดและข้อยกเว้นของตัวเอง ซึ่งหากคนรอบข้างจะทำความเข้าใจก็คงจะไม่ใช่เรื่องยากเท่าไรนัก หรือจะลองเป็นมังสวิรัติดูบ้าง ก็สามารถเลือกได้ว่ากลุ่มไหนเหมาะกับตัวเอง

Health

โรคที่ควรตรวจร่างกายก่อนเข้าทำงานโรคที่ควรตรวจร่างกายก่อนเข้าทำงาน

สำหรับการเข้าทำงานในแต่ละสถานที่นั้น ล้วนแล้วแต่มีความสำคัญด้วยกันทั้งสิ้น อย่างไรก็ดีการที่คุณจะเลือกการตรวจโรคเพื่อเข้าทำงานในที่ใดก็ตาม สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือการสำรวจว่าตนเองจะตรวจโรคใดบ้าง และโรคที่ต้องใส่ใจให้ความสำคัญโดยตรวจร่างกายก่อนเข้าทำงานก่อนเข้าทำงานมีดังต่อไปนี้  1.โควิด19   สำหรับโรคที่ทั่วทั้งโลกใส่ใจให้ความสำคัญก็คงจะหนีไม่พ้นโรคโควิด19นั่นเอง เพราะเป็นโรคที่แพร่ระบาดได้ง่าย ก่อให้เกิดความเสียหายในวงกว้าง และอันตรายถึงชีวิต แต่อย่างไรก็ดีการตรวจโรคโควิด19ไม่สามารถรู้แน่ชัดได้เพียงวันเดียว เพราะบ่อยครั้งที่เชื้อโรคอาจแอบซ่อนอยู่ในร่างกายของมนุษย์ หรือที่เรียกกันว่า “ระยะฟักตัว” โดยระยะฟักตัวนี้สามารถแพร่เชื้อได้เช่นกัน ดังนั้นหลายที่ทำงานจึงนิยมให้กักตัว14วันเป็นการตรวจสอบว่าผู้เข้าทำงานป่วยด้วยโรคนี้หรือไม่ หากพ้นสิบสี่วันแล้วไม่เกิดความผิดปกติใดๆ จึงตัดสินใจรับเข้าทำงาน  2.ไวรัสตับอักเสบบี  สำหรับการตรวจโรคไวรัสตับอักเสบบีคือสิ่งที่ต้องตรวจร่างกายก่อนเข้าทำงานไม่แพ้กัน ส่วนมากแล้วโรคนี้สามารถติดต่อได้ด้วยการสัมผัสน้ำลาย ไม่ว่าจะเป็นการกินน้ำแก้วเดียวกัน หรือว่ากินอาหารร่วมสำรับกันโดยไม่ใช้ช้อนกลาง แต่อย่างไรก็ดีเวลาที่รู้สึกป่วยด้วยโรคต่างๆ เหล่านี้ บ่อยครั้งที่ผู้ป่วยไม่รู้ตัว เพราะว่าโรคนั้นไม่ได้แสดงอาการนั่นเอง จะดีเพียงใดหากว่าคุณเลือกที่จะใช้วิธีการพยายามไปเข้าตรวจเลือดเสียก่อน หากพบว่าป่วยก็จะรักษาได้แบบทันเวลา  3.วัณโรค 

Health